แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เป็นข่าว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เป็นข่าว แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554

คลิปเรือข้าม คลื่นซึนามิ ของหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล ตอนแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น 11/03/2011

0 Comment
เมื่อวันที่ 11 เดือนมีนาคม ได้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ในทะเล ของทางด้าน ตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น และเกิด คลื่นซึนามิ ขนาดใหญ่สูงกว่า 10 เมตร
คลิปเรือข้าม คลื่นซึนามิ ของหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล ตอนแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น 11/03/2011

และในช่วงเหตุการณ์เดียวกัน เรื่องออกราดตะเวน ของหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเลของญี่ปุ่น ได้ถ่ายวิดีโอ ขณะเผชิญกับคลื่นขนาดใหญ่ไว้ด้วย

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554

FBI กำลังเปิดรับสมัครบุคคลตัวไปเพื่อ ถอดรหัสลับ ในคดีฆาตกรรม

1 Comment
ทาง FBI ได้กำลังปวดหัวอยู่กับคดีฆาตกรรมหนึ่ง ที่ผู้ตายได้ทิ้งรหัสลับเอาไว้ ซื่งเป็นหลังฐานส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับคดี

FBI wants public help solving encrypted notes from murder mystery

Blog แห่งนี้ได้ถูกซื้อโดย บริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ จำกัด (thaicleannet.com และ kapook.com) แล้ว

0 Comment
Weblog นักเลง (β) แห่งนี้ได้ยื่นการดำเนินงาน การเขียนบทความ การจัดสรรค์เนื้อหา และการบริหาร ต่างๆ ที่เคยได้มีมา นับตั้งแต่ปี 2552 ให้กับ บริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ จำกัด (kapook.com)

www.kapook.com เว็บแรกที่คุณเลือก

ขออภัย ณ แห่งนี้ ที่เราไม่สามารถจะเปิดเผยรายละเอียด เกี่ยวกับมูลค่าราคาของการซื้อ blog หรือ รายละเอียดที่ kapook.com จะเข้ามาจัดการบริหารส่วนต่างๆ ของ nogoodear.blogspot.com

ขอขอบคุณทุกท่านที่เคยติดตามอ่านบทความ หรืออาจจะหลงทางมาเพราะ Search เพราะการค้นหาใดๆ ก็ตาม เราจะรู้สึกดีเป็นอย่างมาก หากท่านมีความพยายาม ในการติดตามบทความ เรื่องราวต่างๆ บท blog แห่งนี้ต่อไป แม้ว่าจะเป็นการบริหารใดๆ ต่อไปจากนี้ก็ตาม

Thank a lot!

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2554

ภาพชายฝังทะเล ก่อนและหลังเกิดสึนามิในญี่ปุ่น 2011-03-11 เปิดเผยโดย Google Earth

0 Comment
Google Earth ได้รับความร่วมมือกับ GeoEye ถ่ายภาพจากจานดาวเทียม GeoEye-1 หลังเกิดภัยสึนามิ(tsunami) ในญี่ปุ่นครั้งนี้
และได้เผยภาพต่างๆ เปรียเทียบและก่อนและหลังเกิดเหตุ สามารถดูได้จาก Google Earth โดยต้องลงปลั้กอินเพิม (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://googlejapan.blogspot.com/)

สนามบินเซ็นได ในจังหวัดมิยางิ(宮城県) Sendai airport in 2003.
(ก่อนเกิดสึนามิ)
สนามบินเซ็นได ในจังหวัดมิยางิ(宮城県) Sendai airport in 2003.

สนามบินเซ็นได ในจังหวัดมิยางิ(宮城県) Sendai Airport after tsunami.
(หลังเกิดสึนามิ)
สนามบินเซ็นได ในจังหวัดมิยางิ(宮城県) Sendai Airport after tsunami.

นอกจากนี้ สามารถดูภาพต่างๆ ได้ทาง Picasa Web Album ที่ Google ได้ลงเอาไว้ที่ https://picasaweb.google.com/118079222830783600944/Japan#


วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2554

คลิปและภาพ ของแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวญี่ปุ่น 2011-03-11 ที่มีผลกระทบไปทั่วโลก

0 Comment
รายงานจาก National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) ได้ประกาศบอกว่า คลิปวิดีโอนี้เป็นผลจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ จากการเกิดการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวครั้งนี้
สำหรับเคลื่อนซึนามิ ส่วนหนึ่งเป็นเพียงแค่ผลการคำนาวล่วงหน้า

March 11, 2011 Honshu tsunami propagation


รวมภาพแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น 2011-03-11

0 Comment
ณ เวลา 12:46 นาที(ตามเวลาในไทย) เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด magnitude 8.8 ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น
จังหวัดที่ได้ผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งนี้มากที่สุด คือ จังหวัดมิยางิ(宮城県 - MiYaGiKEN) และ แรงสั่นสะเทือนก็มีไปทั่วภาคกลางของญี่ปุ่น
แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นที่เคยมี ซึ่งความเสียงหายมากกว่า เหตุการแผ่นดินไหว Ansei เมื่อปี 1854 เดือนธันวาคม

รวมภาพแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น 2011-03-11

รวมภาพแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น 2011-03-11

รวมภาพแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น 2011-03-11

วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ครบรอบ 30 ปี Pacman(แพ็ก-แมน) กับ Google Logo

0 Comment
(ครั้งแรกของโลก!??)
ไม่ใช่โลโก้อย่างเดียว แต่เป็นเกมที่เล่นได้จริงบนหน้าเพจ Google ต่างหาก!

ครบรอบ 30 ปี Pacman(แพ็ก-แมน) กับ Google Logo

นี่เป็นครั้งแรกของ Google(กูเกิล) และครั้งแรกของโลก ได้ทำ Holiday Logo ที่สามารถเล่นเป็นเกมได้ ทั้งกราฟิก และพร้อมด้วยเสียง! โดยจะเปิดให้เล่นกันได้ในวันที่ 22 และ 23 เดือนนี้นะ!

วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ไปเว็บไหน ก็เจอแต่เรื่องข่าวประท้วง เสื้อแดง การชุมนุม เหตุปะทะ และก็ การเมือง

0 Comment
คิดมาอยู่กว่า 3-4 ปี แล้วว่า เกิดอะไรขึ้นกับเมื่อไทย? แต่ก็ไม่ได้คำตอบสักที
ตั้งคำถามอยู่กับตัวเองอยู่เสมอ

สนุกดอทคอม(sanook.com)
ไปเว็บไหน ก็เจอแต่เรื่องข่าวประท้วง เสื้อแดง การชุมนุม เหตุปะทะ และก็ การเมือง

ไทยรัฐ(www.thairath.co.th)
ไปเว็บไหน ก็เจอแต่เรื่องข่าวประท้วง เสื้อแดง การชุมนุม เหตุปะทะ และก็ การเมือง

วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553

ข่าวเหตุปะทะ ทหารกับกลุ่มประท้วงเสื้อแดง ก็กระจายไปทั่วโลก

0 Comment

อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมตื่นขึ้น ทำนั้นทำนี่ กำลังจะเตรียมตัวไปทำงาน ก็เจอข่าวรอบเช้าบนทีวี ที่ปรากฏขึ้นคือ

ข่าวเหตุปะทะ ทหารกับกลุ่มประท้วงเสื้อแดง ก็กระจายไปทั่วโลก

ข่าวเหตุปะทะ ทหารกับกลุ่มประท้วงเสื้อแดง ก็กระจายไปทั่วโลก

ใช่แล้ว...เหตุการณ์เสื้อแดงประท้วงในไทยไง

วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553

iPad วางขายแล้ว และบรรยากาศที่ Apple Store at New York

0 Comment
กระแส iPad กำลังจะเริ่มต่อจากนี้จริงๆ ตาหาก? เมื่อเริ่มวางขายใน อเมริกาแล้วเมื่อวันที่ 3 ที่ผ่านมา(เมื่อคืน) จะไหนๆ แล้วก็จับเรื่องมาลง blog ซะหน่อย

Apple Store ร้าน Fifth Avenue @New York
[iPad]Apple Store ร้าน Fifth Avenue @New York

[iPad]Apple Store ร้าน Fifth Avenue @New York

[iPad]Apple Store ร้าน Fifth Avenue @New York

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2552

BBCเผย อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เขียนรายงานระบุไทยไร้วัฒนธรรม มักมากตัณหาจัด

0 Comment
ตกใจเล็กน้อย แต่ไม่ได่แปลกใจอะไร

จากข่าว บีบีซี(BBC)เผย"อดีตทูตผู้ดี"ชี้ไทยไร้วัฒนธรรมเคร่งศาสนา ยืมเครื่องดินเผา-ร่ายรำจากชาติอื่น มักมากตัณหาจัด
อดีต เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เขียนรายงานระบุไทยไร้วัฒนธรรม-ความรู้สึก เคร่งศาสนาบอกไม่มีวรรณกรรม ภาพเขียน มีเพลงที่แปลกๆ ส่วนประติมากรรม เครื่องดินเผา ร่ายรำยืมจากมาจากชาติอื่น สถาปัตยกรรมน่าเบื่อ ตกแต่งภายในน่ากลัว "การพนัน-กอล์ฟ"เป็นกิจกรรมคนรวย ผิดศีลธรรมตัณหาจัดมักมากในกาม

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม สถานีวิทยุเรดิโอ 4 ของสำนักข่าวบีบีซี(BBC)ของอังกฤษได้เสนอรายงานเกี่ยวกับการนำเสนอรายงานชิ้นสุด ท้ายของบรรดาเอกอัครราชทูตอังกฤษที่ไปประจำการในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ว่ามีมุมมองและความเห็นอย่างไร โดยเอกอัครราชทูตเหล่านี้มีเสรีภาพอย่างเต็มที่ในการเขียนรายงาน ซึ่งมีทั้งความเห็นเกี่ยวกับประเทศที่ตนประจำการ ความเห็นเกี่ยวกับรัฐบาล หรือความเห็นเกี่ยวกับแวดวงการทูตที่ทำงานอยู่

บีบีซี(BBC)ระบุว่า รายงานในลักษณะนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของกระทรวงต่างประเทศที่ทำกันมาอย่าง ต่อเนื่องยาวนานก่อนที่จะถูกยุติลงในปี 2549 ที่ผ่านมา หลังจากที่มีเอกสารชิ้นหนึ่งซึ่งเขียนโดยอดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำ อิตาลีที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์วัฒนธรรมการทำงานของกระทรวงต่างประเทศอังกฤษใน ปัจจุบันว่า กำลังหลงลืมว่างานของนักการทูตที่แท้จริงคืออะไรไปปรากฏในสื่อมวลชน

ทั้งนี้ หนึ่งในประเด็นที่มีการเขียนถึงมากที่สุดคือความเห็นต่อผู้คนในประเทศที่เอก อัครราชทูตแต่ละคนไปประจำการ โดยมีตั้งแต่มุมมองของพวกหัวเก่าที่ชอบปล่อยมุขอย่างนายแอนโธนี รัมโบลด์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ระหว่างปี 2508-2510 ที่พูดในทำนองว่า ประเทศไทยไร้ซึ่งวัฒนธรรมจากที่เขาได้ระบุไว้ในรายงานของตนเองว่า "ต้อง เป็นพวกที่ไร้ความรู้สึกและเคร่งศาสนามากๆ จึงจะบอกว่าประเทศไทยไม่มีอะไรจะให้กับเรา เป็นเรื่องจริงที่พวกเขาไม่มีวรรณกรรม ไม่มีภาพเขียน แต่มีเพลงที่แปลกเอามากๆ แม้แต่ประติมากรรม เครื่องดินเผา หรือการร่ายรำ พวกเขาก็ยืมมาจากคนอื่น สถาปัตยกรรมของพวกเขาก็น่าเบื่อ การตกแต่งภายในก็น่าหวาดกลัว แต่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่าการ พนันและการเล่นกอล์ฟเป็นสิ่งที่สร้างความพอใจในหมู่คนร่ำรวย ขณะที่การประพฤติผิดศีลธรรม ตัณหาจัด และมักมากในกามก็เป็นความเพลิดเพลินหลักของพวกเขาทั้งมวล"

นายโรเจอร์ พินเซนท์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำนิการากัว ในปี 2510 บอกว่า "ไม่ ต้องสงสัยเลยว่าคนนิการากัวโดยทั่วไปล้วนแต่เป็นหนึ่งในชนชาติที่ไม่ซื่อ สัตย์ ไว้ใจไม่ได้ ชอบความรุนแรง และติดเหล้ามากที่สุดในละตินอเมริกา"

ขณะที่นายเดวิด ฮันท์ ข้าหลวงใหญ่อังกฤษประจำไนจีเรีย ระบุว่า "ผู้นำไนจีเรียเป็นคนบ้าที่ดูจะเลือกทำแต่สิ่งที่สร้างความเสียหายสูงสุดต่อ ผลประโยชน์ของประเทศชาติ ชาวแอฟริกันเป็นพวกที่ไม่ลังเลที่จะตัดจมูกแม้จะเป็นการทำร้ายใบหน้า เพราะพวกเขาเห็นว่ามันเป็นการเสริมความงาม"

รายงานสุดท้ายของทูตบางคนยังเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของนักการทูตเอง อย่างเซอร์เดวิด กอร์-บูธ เอกอัครราชทูตประจำอินเดียในปี 2542 ที่ว่า "หนึ่งในความล้มเหลวที่ใหญ่หลวงของการทูตคือ การไร้ความสามารถที่จะขจัดภาพว่านักการทูตเป็นพวกไม่ติดดินที่หลงใหลใน แชมเปญ ทั้งที่จริงแล้วการไปร่วมงานค็อกเทลนั้นล้มหายตายจากไปแล้ว เชื่อเหลือเกินกว่าร้อยละ 99 ของเพื่อนนักการทูตทั้งหลายก็เห็นด้วยในเรื่องนี้"

รายงานข่าวระบุว่า กระทรวงต่างประเทศอังกฤษกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่อีกครั้งภายใต้กฎหมายข้อมูล ข่าวสารของอังกฤษซึ่งอนุญาตให้มีการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ แก่สาธารณะ ขณะที่งานของนักการทูตมักจะอยู่ภายใต้กำแพงของชั้นความลับ ทำให้บางคนหวาดเกรงว่าแนวคิดในการเปิดกว้างอาจทำให้เกิดผลกระทบโดยไม่ตั้งใจ ตามมา

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2552

น้องวิว - พงศ์ชนก นักกีฬาเทควันโดทีมชาติ คว้าตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2009 (Miss Thailand World 2009)

0 Comment
นักกีฬาคนสวย(เพิ่งรู้จักก็เพราะข่าวนี้ล่ะนะ)
ไม่พลิกโผ'น้องวิว' ซิวมงกุฎ มิสไทยแลนด์เวิลด์น้องวิว - พงศ์ชนก นักกีฬาเทควันโดทีมชาติ คว้าตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2009 (Miss Thailand World 2009)
เป็นไปตามคาด 'น้องวิว - พงศ์ชนก' นักกีฬาเทควันโดทีมชาติ คว้าตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2009 ไปครองได้สำเร็จ รวมถึงตำแหน่งขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน ...

ภายหลังจากว่างเว้นการ ประกวดไป 1 ปี เวทีการประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ ประจำปี 2552 รอบตัดสินได้เริ่มขึ้น เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ชั้น 5 ห้องบางกอกคอนเวนชั่น โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ (เซ็นทรัล ลาดพร้าว) โดยการประกวดเริ่มในเวลา 19.30 น. ด้วยการเปิดตัว ผู้เข้าประกวดที่เข้ารอบทั้ง 25 คน ในชุดราตรีสั้น

จากนั้นพิธีกร ของงาน ณวัฒน์ อิสรไกรศีล และ แหม่ม-สุริวิภา กุลตังวัฒนา ได้กล่าวต้อนรับเข้าสู่งานประกวด พร้อมแนะนำคณะกรรมการ 38 คน ให้รู้จักก่อนที่ผู้เข้าประกวดทั้งหมดจะเดินโชว์และแนะนำตัวทีละคน และต่อมาได้ประกาศผลรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน โดยสาวงามหมายเลข 14 น้องวิว-พงศ์ชนก กันกลับ นักกีฬาเทควันโดทีมชาติ สาวนิเทศฯ ม.เกษมบัณฑิต คว้าตำแหน่งไปครอง ได้เงินสด 1 แสนบาท พร้อมสายสะพาย

จากนั้นช่วง 5 คนสุดท้าย ปรากฏว่า หมายเลข 14 น้องวิว- พงศ์ชนก สามารถคว้ามงกุฎ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2009 ไปครองได้ตามคาด รับเงินสดกว่า 5 ล้านบาท ขณะที่รองอันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 12 คาร์ล่า - ณัฐธิดา ปอร์เทอร์ ควบกับตำแหน่งนางงามผิวสวย ส่วนรองอันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 25 ปูเป้ - พรพิมล สุขใหม่ รองอันดับ 3 ได้แก่ หมายเลข 1 ปิงปิง-มินตรา โศจิพันธุ์ และ รองอันดับ 4 ได้แก่ หมายเลข 20 อ้อม-กานต์พิศชา เกตุมณี

วิว นักกีฬาเทควันโดทีมชาติ ซิวมงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์
เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ห้องบางกอกคอนเวนชั่น โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และบริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จัดการประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2009 รอบตัดสิน 25คนสุดท้ายเพื่อเฟ้นหาตัวแทนสาวไทยเข้าร่วมประกวดในเวทีมิสเวิลด์ 2009 ที่ประเทศอังกฤษและแอฟริกาใต้ โดยมีบรรดาญาตินางงามและผู้ชมอื่นๆ เข้าชมเต็มห้องจัดการประกวด

ผลการตัดสิน หมายเลข 14 วิว-พงศ์ชนก กันกลับ นักกีฬาเทควันโดทีมชาติ วัย 18 ปี พิชิตมงกุฎไปได้ พร้อมตำแหน่งขวัญใจสื่อมวลชน และนางงามหุ่นดี รองอันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 12 คาร์ล่า-ณัฐธิดา ปอร์เทอร์ สาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ อายุ 21 ปี ที่ได้ตำแหน่งนางงามผิวดี รองอันดับ 2 หมายเลข 25 ปูเป้ พรพิมล สุขใหม่ นักศึกษาปี 2 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รองอันดับ 3 หมายเลข 1 ปิงปิง มินตรา โศจิพันธุ์ วัย 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และรองอันดับ 4 หมายเลข 20 อ้อม กานต์พิศชา เกตุมณี วัย 22 ปี นักศึกษาชั้นปี 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

น้องวิว - พงศ์ชนก นักกีฬาเทควันโดทีมชาติ คว้าตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2009 (Miss Thailand World 2009)
น้องวิว - พงศ์ชนก นักกีฬาเทควันโดทีมชาติ คว้าตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2009 (Miss Thailand World 2009)
น้องวิว - พงศ์ชนก นักกีฬาเทควันโดทีมชาติ คว้าตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2009 (Miss Thailand World 2009)
น้องวิว - พงศ์ชนก นักกีฬาเทควันโดทีมชาติ คว้าตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2009 (Miss Thailand World 2009)ภาพและเนื้อหาข่าวจาก
ไทยรัฐ, ข่าวสด

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

อดีตพระ ในคลิปฉาวลวนลามเด็กหญิง ยอมรับผิดและทำการสึก

0 Comment
ไม่อยากจะเรียกว่า "พระ" แล้ว แม้จะสับสนไปบ้าง ของใส่คำว่า "อดีต" ไปด้วย.....
เพิ่งจะไปเห็นข่าวว่ามีพระทำตัวแบบนี้อยู่อีก... กลางวันแสกๆ ไม่เห็นหลักฐาน ก็มาอ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง ซะงั้น... เม้ง....!


จากข่าว คมชัดลึก : พระคลิปฉาวลวนลามเด็กหญิงยอมสึก
ภาพคลิป หลักฐาน พระลวนลามเด็กผู้หญิงผอ.สำนักพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง เต้นส่ง จนท.ตามพระในคลิปวิดีโอลวนลามเด็กหญิงถึงวัดแต่ไม่พบตัว ตามถึงบ้านก่อนเชิญตัวมาพบรองเจ้าคณะจังหวัด จำนนหลักฐานคลิปวิดีโยอมสึกโดยดี

เมื่อ13.00 น.วันที่ 14 ต.ค. นายณรงค์ ทองอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า จากกรณีมีภาพคลิปวิดีโอของพระทองมา ยติโก อายุ 75 ปี พระลูกวัดหนองละคร อ.เมือง จ.ลำปาง เผยแพร่ทางสื่อโทรทัศน์เป็นภาพพระทองมา นั่งกอดเด็กหญิงวัย 5 ขวบ บริเวณ ถนนไปรษณีย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ลำปาง

สนง.วัฒนธรรมจังหวัดลำปางไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปติดตามพระทองมา ที่วัดหนองละคอร แต่ก็ไม่พบตัว เนื่องจากทราบจากพระในวัดว่า พระทองมาได้หลบหนีออกจากวัดไปได้ 2วันแล้วไม่ได้กลับมาวัดเลย

จนท.จึงได้เดินทางไปที่บ้านของพระทองมา ในต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง จึงพบตัว จากนั้นจึงเชิญตัวมา ที่วัดเจดีย์ซาว เพื่อมาพบพระครู จินดา รัตนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดลำปาง และ พระครู เสริมสิริกิจจาภรณ์ กตกิจฺโจ เจ้าคณะอำเภอเมืองลำปาง เพื่อการสอบสวน

เบื้องต้นพระทองมายังให้การปฎิเสธ บอกว่าถูกกลั่นแกล้ง แต่เมื่อนำภาพถ่ายให้พระทองมาดูอย่างชัดเจน พระทองมาถึงกับตกใจและกล่าวยอมรับผิดโดยยอมจำนนต่อหลักฐาน จากนั้นพระครูจินดารัตนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดลำปาง ทำการสึกพระทองมาทันที
เห็นแล้วเจ็บใจ.... ว่าทำไมยังมีพระแบบนี้อยู่ในเมืองพุทธของเราอีก....

Bloomberg ปล่อยข่าวทำตลาดหุ้นไทยล่วงตก....

0 Comment
ก็เพราะว่าเราเองสนใจเรื่อง หุ้น อยู่บ้าง วันนี้เข้าไปในบอร์ดของ TSB แล้วไปเห็นกระทู้หนึ่ง
"วันนี้ตลาดหุ้นเป็นอะไรครับ มันถึงล่วงหนักแบบ"
วันนี้ตลาดหุ้นเป็นอะไรครับ มันถึงล่วงหนักแบบ
ไม่มีสาเหตุแบบนี้วันนี้ทั่วโลกสดใส อะไรก็ออกมาดีเกือบหมดเข้าอ่านข่าวในเน็ทก็ไม่มีข่าวร้ายที่จะทำให้มันล่วง ขนาดนี้มันเกิดอะไรขึ้นครับ ผมตอนนี้ติดดอยอีกแล้ว ลงเป็นหลายแสนเลย โอ่พระเจ้า

ซึ่งที่จริงแล้วมันมีสาเหตุ...

หึ?? จริงหรือเนี้ย... พอเข้าไปอ่านก็พอมา มีคนมาปล่อยข่าวลือทำให้นักลงทุนต่างกันออกขายหุ้นกันซะหมด เป็นผลให้หุ้นราคาตกลง ตกลง...

แต่ทั้งๆที่เราก็เพิ่งไปเห็นข่าวว่า นักลงทุกต่างชาติมีความสนใจ และแห่เข้ามาซื้อหุ้นในไทยอยู่แท้ ทำไมกลับกลายมาเป็นข่าว หุ้นตกกระทันหันแบบนี้หว่า??

แล้วก็ได้ข่าวมาอีก อ่านเพิ่มเติมด้านล่าง
หุ้นไทยร่วงต่ออีกเกือบ 5% สวนทางต่างประเทศ โบรกฯ ชี้ 3 ปัจจัยลบ
Bloomberg ปล่อยข่าวทำตลาดหุ้นไทยล่วงตก....ตลาดหุ้นภาคเช้าร่วงเกือบ 5% สวนทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ต่อเนื่อง 2 วันซ้อน ส่งผลให้ดัชนีหลุด 700 จุดไปเรียบร้อยแล้ว โบรกฯ ชี้ 3 ปัจจัยลบในประเทศ ทั้งการแก้ไข รธน.ที่สับสน การชุมนุมใหญ่ของแก๊งไข่แม้วแดง 17 ต.ค.นี้ และปัญหานิคมฯ มาบตาพุด ทั้งยังมีสารพัดข่าวลือข่าวปล่อย ที่ซ้ำเติมเข้ามา

ภาวะตลาดหุ้นไทย วันนี้ ดัชนียังคงร่วงลงต่อเนื่องเกือบ 4% เมื่อเวลาประมาณ 11.25 น. ดัชนีลงลึกไปที่ระดับ 701.75 จุด และต่อมาเมื่อเวลา 11.32 น.ดัชนีปรับดีขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 704.86 จุด ลดลง 26.61 จุด หรือลดลง -3.64% มูลค่าการซื้อขาย 19,711.94 ล้านบาท สวนทางตลาดต่างประเทศ นักวิเคราะห์ ชี้ ปัจจัยลบในประเทศยังไม่คลี่คลาย รวมทั้งประเด็นการเมืองที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มมีความไม่แน่นอน ขณะที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงประกาศนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง 17 ตุลาคม 2552 นี้ เพื่อทวงถามฎีกาขออภัยโทษให้กับอดีตนายกรัฐมนตรี บวกกับสารพัดข่าวลือที่มีพวกฉกฉวยโอกาสปล่อยออกมาเป็นระลอก ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปรับลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ต่อจากวานนี้

ด้าน นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จจัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ผันผวนมาก เพราะนักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุน เนื่องจากไม่มั่นใจบรรยากาศการลงทุนในประเทศไทย โดยวานนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิออกมา 3,978 ล้านบาท ประกอบกับยังมีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการชะลอ 76 โครงการของมาบตาพุด และการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 17 ตุลาคม 2552 นี้ ซึ่งแม้ไม่ใช่ปัจจัยใหม่แต่เป็นปัจจัยที่กดดันตลาด

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีข่าวดีบ้างเรื่องการเตรียมเปิดประมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี และโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจที่ยังดีอยู่ จึงต้องรอความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า จะกลับมาเมื่อไร แต่หากปัจจัยต่างๆ คลี่คลาย ความเชื่อมั่นจะกลับมา

มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 12.10 น. ดัชนีอยู่ที่ระดับ 695.78 ลุด ลดลง 35.69 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 4.88% มูลค่าการซื้อขาย 25,503.28 ล้านบาท

ล่าสุด ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดช่วงเช้าที่ระดับ 697.13 จุด ลดลง 34.34 จุด หรือเปลี่ยนแปลง -4.69% โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 28,448.22 ล้านบาท


ตลท.สั่งงัดมาตรการฉุกเฉินรับวิกฤตหุ้น แฉบลูมเบิร์ก(Bloomberg)สุดชั่ว ต้นตอปล่อยข่าวนรก
Bloomberg ปล่อยข่าวทำตลาดหุ้นไทยล่วงตก....ผู้บริหาร ตลท.สั่งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน งัดมาตการเซอร์กิตเบรกเกอร์เข้าคุมการซื้อขายทันที หากดัชนีร่วงหนักเกิน 10% มั่นใจช่วงบ่ายดีขึ้น หลังการแถลงข่าว และนักลงทุนติดตาม-ตรวจสอบข่าวใกล้ชิดมากขึ้น พร้อมแฉต้นตอข่าวลือสุดชั่วช้า ไอ้โม่งจ้างสำนักข่าวบลูมเบิร์กวิเคราะห์มั่วทำลายสถาบัน โดยมีโบรกเกอร์ที่สิงคโปร์จุดชนวน ด้านภาวะหุ้นไทยช่วงบ่าย เปิดตลาดยังคงร่วงหนักกว่า 8%

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้นัดประชุมด่วนเพื่อรับมือสถานการณ์วิกฤตตลาดหุ้นไทย โดยเตรียมพร้อมใช้มาตรการพักการซื้อขายอัตโนมัติแบบชั่วคราว (เซอร์กิตเบรกเกอร์) ออกมาใช้ทันที หากดัชนีร่วงเกิน 10% โดยที่ประชุมคาดว่า สถานการณ์ช่วงบ่าย ตลาดหุ้นน่าจะดีขึ้น หลังผู้บริหาร ตลท.แถลงข่าว และนักลงทุนติดตามข่าวใกล้ชิดมากขึ้น

นางภัทรียา เบญจพลชัย ผู้จัดการ ตลท.กล่าวในการแถลงข่าว โดยระบุว่า การที่ดัชนีตลาดหุ้นภาคเช้าปรับตัวลงไปแรงกว่า 5% หรือเกือบ 40 จุด เป็นผลมาจากการเทขายของนักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เนื่องมาจากความกังวลในกระแสข่าวลือด้านลบที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกอย่างมากทั้งนี้ จากการหารือกับโบรกเกอร์ต่างชาติที่ได้สอบถามจากลูกค้า พบว่านักลงทุนต่างชาติมีการเทขายหุ้นออกมาจากพอร์ต เพื่อลดความเสี่ยงจากความตื่นตกใจในระยะสั้น และบางส่วนก็ต้องการปรับพอร์ต หลังจากที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ปรับตัวขึ้นมาค่อน ข้างรุนแรงกว่า 65%

อย่างไรก็ตาม ตลท.อยากให้นักลงทุนติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดจากแถลงการณ์ของหน่วยงานที่รับ ผิดชอบโดยตรง ไม่ควรตื่นตระหนกกับกระแสข่าวลือ เพราะอาจทำให้เสียโอกาสในการลงทุนหรือตัดสินใจผิดพลาด เนื่องจากหากมองปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่จะมาทำ ให้กระแสการลงทุนเปลี่ยนทิศทางไป

ในขณะที่ระบบของ ตลท.ได้เตรียมพร้อมทุกด้านไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบเซอร์กิต เบรกเกอร์ หรือการรองรับการส่งคำสั่งซื้อขายในปริมาณมากๆ ดังนั้น นักลงทุนไม่ต้องกังวลว่าระบบของ ตลท.จะรองรับไม่ได้ อย่างกรณีของเมื่อวานนี้ปริมาณการซื้อขายสูงถึง 4.4 หมื่นล้านบาท แต่ก็คิดเป็นแค่ 25% ของ capacity ระบบเท่านั้น

ทั้งนี้ ตลท.ก็ยังเชื่อว่าสถานการณ์ซื้อขายหุ้นในภาคบ่ายน่าจะดีขึ้นกว่าภาคเช้า หลังจากที่นักลงทุนได้ติดตามข่าวและรับข้อมูลต่างๆ มากขึ้น น่าจะทำให้การตัดสินใจมีความรอบคอบมากขึ้น รวมทั้งมีการเทขายหุ้นกันออกมามากแล้ว

“เมื่อตอนเช้าก็ขายกันมาเยอะ ช่วงบ่ายเมื่อนักลงทุนพิจารณาและได้รับข้อมูลที่มากขึ้นก็อาจจะทำให้นักลง ทุนมีความรอบคอบในการตัดสินใจได้มากขึ้น เพราะการปรับตัวลดลงมาถือว่าผิดปกติ” นางภัทรียา กล่าว

นางภัทรียา ยังเปิดเผยว่า จากการเทขายหุ้นในช่วงเช้า ยังไม่เห็นการฟอร์สเซลที่ผิดปกติ เพราะปริมาณการปล่อยมาร์จิ้นของโบรกเกอร์ในช่วงที่ผ่านมาก็ไม่ได้สูงมาก โดยเฉพาะหุ้นตัวที่มีปัญหา ปกติโบรกเกอร์ก็ลดการให้มาร์จิ้นอยู่แล้ว

รายงานข่าวเพิ่มเติมถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นมีการปรับลดลง อย่างรุนแรงช่วง 2 วันนี้ ได้แก่ การเสนอข่าวของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก(Bloomberg) ซึ่งรายงานการให้ความเห็นของนายเดวิด เหลียง นักค้าอาวุโสประจำบริษัทเฟิร์สต์สเตท อินเวสต์เมนต์ ในสิงคโปร์ ซึ่งให้ข่าวกับสำนักข่าวดังกล่าว โดยระบุว่า ตลาดวิตกกังวลในพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ม.ล.ทองมกุฎ ทองใหญ่ กรรมการผู้จัดการ บล.ซิตี้คอร์ป (ประเทศไทย) และในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศ ยังคงยืนยันว่า กระแสข่าวดังกล่าว ส่งผลให้นักลงทุนถือโอกาสเทขายหุ้นออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งกระแสข่าวนี้จะจริงหรือเปล่าไม่มีใครสามารถตอบได้ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ นักลงทุนใช้ปัจจัยลบนี้มาเป็นปัจจัยขายหุ้นออกมาจำนวนมาก และเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดบ้านเราเคลื่อนไหวสวนทางกับตลาดหุ้นอื่นใน ภูมิภาคที่ต่างปรับตัวขึ้นกันทั่วหน้า

ทั้งนี้ ดัชนีเปิดตลาดช่วงบ่ายยังคงร่วงลงอย่างหนักกว่า 8% โดยเมื่อเวลา 14.42 น. ดัชนีอยู่ที่ระดับ 670.88 จุด ลดลง 60.59 จุด หรือเปลี่ยนแปลง -8.28% มูลค่าการซื้อขาย 33,693.86 ล้านบาท

บทความที่เกี่ยวข้อง
ค่าเงินบาทแปรปวน ต่างชาติยังส่งเงินเข้าลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง
นักวิชาการนิด้า เปิดผลวิจัย เศรษฐกิจไทยยังแย่ที่สุดในเอเชีย

ฆาตกรโหดฆ่าหั่นศพเด็ก ศิริพงษ์ เคยเป็นแก๊งยากูซ่าญี่ปุ่น

2 Comment
ไอ้โหด.....!

จากข่าว ฝากขังผลัดแรก มือฆ่าโหด ขอขมาศพดช.โช
ฆาตกรโหดฆ่าหั่นศพเด็ก ศิริพงษ์ เคยเป็นแก๊งยากูซ่าญี่ปุ่นตร.นำตัวมือฆ่าโหด "ศิริพงษ์" ฝากขังที่ศาลอาญารัชดาพลัดแรก และค้านประกันตัว ชี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ช่วงสายจะจัดให้ขอขมาศพ ด.ช.โชผ่านภาพ ที่ สน.ตลิ่งชัน ...

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (15ต.ค.) ในเวลา 09.00 น. พนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชันจะนำตัว นายศิริพงษ์ กาญจนนิวิฐ ผู้ต้องหาคดีสะเทือนขวัญเมืองกรุง ฆ่าหั่นศพ ด.ช. โช มาคิโน อายุ 5 ขวบ และ น.ส.สุนันท์ สีสุวรรณ มาคิโน อายุ 38 ปี ผู้เป็นแม่ ไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาผลัดแรก และคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และคาดว่าผู้ต้องหาจะไม่ยื่นขอประกันตัว เนื่องจากจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการประสานกับญาติ หรือเตรียมหลักทรัพย์ใดๆ โดยยอมรับการกระทำ และขอชดใช้กรรมเอง พร้อมทั้งแสดงเจตจำนง ขอขมาศพน้องโช แต่ตำรวจจะจัดให้ขอขมาภาพถ่ายของน้องโชแทน โดยจะจัดดำเนินการให้ที่ สน.ตลิ่งชัน ในช่วงสายวันนี้

ส่วนความคืบหน้าของคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเร่งสรุปสำนวน เพื่อส่งฟ้องศาลโดยเร็วที่สุด ภายใน 30 วัน นับจากนี้ อย่างไรก็ตาม ยังมีบางประเด็นที่ต้องสอบเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องเวลาในการเสียชีวิต ที่ผู้ต้องหาให้การไม่ตรงกับรายงานของแพทย์

อย่างไรก็ดี เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (14 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้คุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประทุษกรรมบนรถแท็กซี่และสาธิตท่ายิงปืน ซึ่งนายสิริพงษ์ ถือปืนมือด้านขวา ก่อนสอดปืนไว้ที่ใต้แขนซ้ายแล้วยิงไปที่เบาะหลัง 14 นัด ทำให้นางสุนันท์ และ ด.ช.โชเสียชีวิต จากนั้นคุมตัวผู้ต้องหาไปประกอบคำรับสารภาพ 14 จุด โดยมี 5 จุดสำคัญ คือ จุดยิงเหยื่อทั้ง 2 ช่วง หลักกิโลเมตร 53 ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันตก และห่างออกไปอีก 1 กิโลเมตร เป็นจุดทิ้งศพนางสุนันท์ ถัดไปเป็นที่พักบ้านเอื้ออาทร บางบัวทอง บ้านพักผู้ต้องหา ซึ่งได้นำร่างของ ด.ช.โช ไปชำแหละแยกชิ้นส่วนอำพรางคดี และจุดริมถนนราชพฤษ์ฝั่งมุ่งหน้าไปถนนเพชรเกษม ซึ่งนำถุงดำใส่ศพไปทิ้ง ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากมามุงดูเหตุการณ์

ความคืบหน้าอาการบาดเจ็บ ของ ด.ญ.มิ้นท์ แพทย์โรงพยาบาลพระราม 9 ผ่าตัดบาดแผลจากคมกระสุนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ คาดใช้เวลาพักฟื้น 2-3 สัปดาห์ จะหายเป็นปกติ ขณะที่ตลอดทั้งวันมีบุคคลใกล้ชิด เช่น นายสมบุญ จงนาวิไล พี่ชายของบิดาน้องมิ้นท์ เข้าเยี่ยมอาการบาดเจ็บ แต่ตำรวจไม่อนุญาต เพราะเกรงจะกระทบต่อรูปคดี เช่นเดียวกับนายเจา ไผ่ตระกาน หรือลุงโจ ที่น้องมิ้นท์ ต้องการพบหน้าเป็นคนแรกหลังมารดาเสียชีวิต เดินทางจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อเข้าเยี่ยมอาการบาดเจ็บของน้องมิ้นท์ พร้อมกับระบุสาเหตุฆาตรกรรมนางสุนันท์และ ด.ช.โช เป็นเพราะผู้ต้องหาต้องการล้างหนี้ที่ยืมจากผู้ตายไปจำนวนมาก


น้องมินต์ เผยนาทีเฉียดตายยกมือไหว้ขอชีวิต! เห็นแม่-น้องถูกฆ่าหั่นศพ
โหดฆ่าหั่นศพเด็กเคยสังกัดแก๊งยากูซ่าญี่ปุ่น ชี้มีรอยสักซับซ้อนท่อนแขน เร่งสอบปมทรัพย์สินขนจากตปท.หายอื้อ เพื่อนแม่เชื่อฆ่าล้างหนี้หลักล้าน ส่งจิตแพทย์ดูแล"น้องมินท์"เห็นทั้งแม่และน้องถูกสังหาร เล่านาทีชีวิตแกล้งตายก่อนถูกจับได้ ต้องอ้อนวอนขอชีวิต

"น้องมินต์"เผยนาทีชีวิต เห็นฆาตกรฆ่าแม่หั่นศพน้องต่อหน้าต่อตา

ฆาตกรโหดฆ่าหั่นศพเด็ก ศิริพงษ์ เคยเป็นแก๊งยากูซ่าญี่ปุ่นผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบปากคำด.ญ.พิชยา จงงามวิลัย อายุ 13 ปี หรือ น้องมินต์ เด็กหญิงที่รอดจาดเหตุสะเทือนขวัญ ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ฆ่าแม่และหั่นศพน้องชาย ให้การว่า ได้เดินทางจากประเทศญี่ปุ่นมายังสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมกับมารดาและน้องชาย หลังจากนั้นได้ขึ้นรถแท๊กซี่สีชมพู ทะเบียน ทล 5979 ของนายศิริพงษ์ ผู้ต้องหา โดยมารับที่หน้าสนามบิน ต่อมาผู้ต้องหาได้ขับรถวนอยู่บริเวณรอบๆสนามบินสุวรรณภูมิอยู่สักพัก ก่อนที่จะขับรถไปยังจุดเกิดเหตุบริเวณ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ซึ่งระหว่างที่ขับรถมานั้น มารดาของตนและผู้ต้องหาไม่ได้มีปากเสียงทะเลาะกันแต่อย่างใด จนกระทั่งพอถึงจุดเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้ชักปืนออกมายิงมารดา น้องชายและตน ซึ่งส่งผลให้มารดาและน้องชาย เสียชีวิตคาที่ ส่วนตนได้รับบาดเจ็บแต่ขณะนั้นยังไม่ตาย และกลัวว่าผู้ต้องหาจะทำการฆ่าปิดปากจึงทำเป็นแกล้งตาย

ต่อมาเมื่อผู้ต้องหาได้ทิ้งศพมารดาที่บริเวณ อ.ลาดหลุมแก้ว ก่อนที่จะขับรถไปยังห้องพักที่ย่านบางบัวทอง เมื่อมาถึงผู้ต้องหาพบว่าตนยังไม่ตาย จึงจะฆ่าทิ้งแต่ตนได้ยกมือไหว้ขอชีวิตไว้ และสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องดังกล่าวกับตำรวจ ซึ่งผู้ต้องหาเกิดความสงสาร จึงยังไม่ฆ่าตน แต่ได้นำไปกักขังไว้ที่ห้องพัก ก่อนที่จะหั่นศพน้องชาย ต่อมาได้พาตนออกไปพร้อมศพน้องชายออกไปจากที่พัก โดยนำไปทิ้งไว้ที่หมู่บ้านร้างย่านตลิ่งชัน

"น้องมินต์"พูดคุยได้ดี ผ่าตัดปลอดภัยคาดอีก2เดือนหายปกติ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 ต.ค. นพ.ไพรัตน์ เจาฏะเกษกรินทร์ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านศัลยกรรมกระดูก รพ.พระราม9 เปิดเผยถึงอาการของเด็กหญิงพิชยา จงงามวิลัย หรือน้องมินต์ เด็กหญิงที่รอดจาดเหตุสะเทือนขวัญ ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ฆ่าแม่และหั่นศพน้องชาย ว่า ขณะนี้น้องมินต์ได้รักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลพระราม9 ซึ่งสามารถพูดคุยได้เป็นอย่างดี จากการตรวจสอบมีบาดแผล 2 จุดที่บริเวณศอกซ้าย 2 แผล ทำให้ไม่สามารถงอศอกได้ และมีบาดแผลเป็นรอยถากที่ไหปลาร้าขวา 3 แผล ส่วนกระดูกไหปลาร้าหัก มีเศษโลหะฝังใน ซึ่งแพทย์ได้นำเข้าห้องผ่าตัดตั้งแต่เวลา 10.30 น. ทั้งนี้หลังการผ่าตัดคาดว่าแผลที่ไหปลาร้าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนถึงจะหายเป็นปกติ ส่วนแผลที่ศอกใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์

น.พ.ไพรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นห่วงสุขภาพจิตใจของเด็ก ซึ่งทางโรงพยาบาลได้เตรียมจิตแพทย์ไว้เพื่อดูแลอาการของเด็กแล้ว และเห็นว่าไม่ควรให้เด็กย้ายโรงพยาบาล เพราะอาจทำให้แผลได้รับการกระทบกระเทือนได้ ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

เผยมือฆ่าหั่นศพ"เด็ก5ขวบ-แม่"สังกัดแก๊งยากูซ่าญี่ปุ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดจับกุมได้นำตัวนายศิริพงศ์ กาญจนนิวิฐ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ มาทำแผนรับสารภาพภายในรถแท็กซี่ ซึ่งนำมาจอดอยู่บริเวณหน้าสน. โดยนายศิริพงษ์ มีอาการนิ่งเฉย ไม่ได้มีอาการเคร่งเครียดแต่อย่างใด จากนั้นทางเจ้าหน้าที่นำปืนที่ใช้ก่อเหตุคือปืนขนาด .357 โดยมีตำรวจหญิงนั่งเบาะหลังทางด้านขวาซึ่งอยู่ข้างหลังคนขับ และนำตุ๊กตา 2 ตัว มาเป็นตัวแทนเด็ก โดยเด็กผู้ชายนั่งกลาง และเด็กผู้หญิงนั่งซ้าย จากนั้นผู้ต้องหาซึ่งนั่งอยู่บริเวณคนขับได้นำอาวุธปืนที่ซ่อนไว้ที่ใต้เบาะ นั่ง โดยใช้มือขวาจับปืน สอดปืนเข้าใต้แขนซ้าย เอี้ยวไปทางด้านหลังที่ผู้ตายนั่งอยู่ โดยไม่ให้ผู้ตายรู้ตัว ก่อนจะเหนี่ยวไก ไปจำนวน 7 นัด หลังจากนั้นนายศิริพงษ์ ก็เปลี่ยนลูกโม่อีกชุดก่อนจะเหนี่ยวไกอีก 7 นัด แต่กระสุนออกเพียง 4 นัด หลังจากนั้นก็ขับรถไปที่บ้านย่านบางบัวทอง ก่อนจะจัดการศพและนำไปทิ้ง

หลังจากทำแผนเสร็จทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปที่ทางด้านบนของ สน. โดยพล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ได้สอบปากคำผุ้ต้องหาเพิ่มเติมในประเด็นที่น่าสงสัย ขณะเดียวกันได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ไปทำการสอบปากคำแม่ของผู้ต้องหาที่ปฏิบัติ ธรรมอยู่ที่วัด ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญว่าจะให้การสอดคล้องกับผู้ต้องหาหรือไม่ และประเด็นทรัพย์สินของผู้ตายซึ่งยังหาไม่เจอและยืนยันว่าเป็นการจับคนร้าย ได้จริง ซึ่งมีนักข่าวช่อง 9 ซึ่งเป็นคนกลางได้ให้การเป็นพยานยืนยัน ส่วนเรื่องข่าวเรื่องผู้ต้องหาเป็นแก๊งยากูซ่านั้น ซึ่งไม่ทราบว่ามาจากไหนให้ไปถามคนที่ให้ข่าวเอง ทั้งนี้จากการสอบปากคำผู้ต้องหาได้ให้การให้การตรงกับน้องมินต์ถึง 90เปอร์เซ็น และขณะเดียวกันจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่สนามบินสุวรรณภูมิที่ผู้ตายลงจาก เครื่องบินจนกระทั่งขึ้นรถแท๊กซี่ เพื่อเป็นหลักฐานในคดี ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และจะพยายามสรุปสำนวนคดีโดยเร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสืบสวนในทางลับของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า จากรอยสักของผู้ต้องหาและการสืบสวนที่ผ่านมานั้นคาดว่าผู้ต้องหาเคยเป็น หนึ่งในอดีตแก็งยามามูจิ ซึ่งเป็นแก๊งยากูซ่าชื่อดังที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีการแพร่ขยายเข้ามาหากินในประเทศไทย มีพฤติกรรมเหี้ยมเกรียมคอยเรียกค่าคุ้มครองรีดไถ่ หรือ ค่าผ่านทาง กับบุคคลที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย โดยกลุ่มแก๊งยามามูจิ จะมีสัญลักษณ์ของกลุ่มแก๊งซึ่งเป็นการสักด้วยลวดลายที่ซับซ้อน ที่บริเวณลำตัวท่อนแขน

ตั้ง 3 ข้อหาหนักฆาตกร"ฆ่าหั่นศพ" เร่งสอบปม"ทรัพย์สิน"

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวก่อนเข้าสอบปากคำนายศิริพงษ์ กาญจนวินิวิฐ ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพเด็กชายวัย 5 ขวบ ที่ สน.ตลิ่งชันว่า ศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 3 ข้อหา ประกอบด้วย ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ซ่อนเร้นอำพรางศพ และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะสอบปากคำนายศิริพงษ์เพิ่มเติมในประเด็นทรัพย์สินของผู้ตาย ที่อาจเป็นปมปัญหาทำให้นายศิริพงษ์ก่อเหตุฆ่าผู้ตายพร้อมกับบุตร และในช่วงบ่าย จะนำตัวนายศิริพงษ์ไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพ รวม 14 จุด เริ่มต้นที่สนามบินสุวรรณภูมิไปถึงจุดที่นำศพไปทิ้ง

พล.ต.ต.อำนวย กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่เตรียมสอบปากคำน้องมินท์ บุตรสาวผู้ตาย ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นน้องมินท์ให้การสอดคล้องกับผู้ต้องหาบางส่วน ต้องรอให้น้องมินท์มีสภาพร่างกายและจิตใจพร้อม จึงจะเริ่มสอบปากคำอีกครั้ง

ตร.เปรียบเทียบพยานหลักฐานคดีฆ่า2แม่ลูก ตรงกัน 90%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะผู้ดูแลการสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพเด็กชายวัย 5 ขวบ ย่านตลิ่งชัน เข้าสอบปากคำ นายศิริพงษ์ กาญจนนิวิฐ ผู้ต้องหา ที่ สน.ตลิ่งชัน โดยเฉพาะในประเด็นทรัพย์สินของผู้ตายที่นำมาจากประเทศญี่ปุ่นจำนวนมากสูญหาย

พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ส่วนจะมีผู้ร่วมก่อเหตุอื่นด้วยหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐาน นอกจากนั้นได้ส่งคำร้องให้ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งตั้งพนักงานสอบสวนชุดเฉพาะกิจขึ้นมาอีก 1 ชุด สำหรับดูแลคดีนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากมีการก่อเหตุต่างกรรม ต่างวาระในหลายท้องที่ เมื่อเปรียบเทียบพยานหลักฐานกับคำให้การพบว่าตรงกันถึงร้อยละ 90 แต่ยังมีในบางประเด็นที่ต้องสอบเพิ่ม อาทิ การใช้กระสุนซ้อม รวมถึงเหตุการวินาทีลั่นไกสังหาร

ส่งจิตแพทย์เยียวยาจิตใจ"น้องมินท์"เห็นแม่-น้องถูกฆ่า หวั่นป่วยทางจิต

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้ ได้มอบให้กรมสุขภาพจิตจัดเจ้าหน้าที่ไปดูแลสภาพจิตใจของน้องมิ้นท์ เด็กหญิงที่รอดจาดเหตุสะเทือนขวัญ ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ฆ่าแม่และหั่นศพน้องชาย โดยกำชับต้องดูแลเป็นพิเศษ เกรงว่าเด็กอาจเกิดปัญหาทางจิตได้ หากไม่ได้รับการเยียวยาจิตใจ

"ลุงโจ"เพื่อนแม่เหยื่อฆ่าหั่นศพ เชื่อปมฆ่าล้างหนี้

นายโจ เพื่อนของ นางสุนันท์ ศรีสุวรรณ ซึ่งถูกฆ่าแล้วนำศพไปทิ้งย่านลาดหลุมแก้ว และเป็นมารดาของ น้องโช เด็กชายที่ถูกฆ่าหั่นศพ เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ว่า รู้จักกับผู้ตายนานแล้ว โดยผู้ตายเคยมีสามีอยู่ที่ จังหวัดชลบุรีจนมีลูกด้วยกันคือ น้องมินท์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บและอยากพบตน แต่ยังไม่มีโอกาสได้พบเนื่องจากตนเองอยู่ต่างจังหวัด ส่วนสามีคนที่สองของผู้ตายเป็นชาวญี่ปุ่น โดยผู้ตายได้เดินทางไปอยู่กับสามีที่ประเทศญี่ปุ่นและมีลูกด้วยกันคือน้องโช แต่ภายหลังผู้ตายทราบว่าสามีมีครอบครัวแล้วจึงพยายามตีตัวออกห่าง ทุกครั้งเมื่อเดินทางมาประเทศไทยก็จะนำลูกทั้ง 2 คนมาฝากให้ตนเองช่วยดูแล จึงสนิทสนมกับเด็กทั้งสองคน และเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาได้คุยกับผู้ตายครั้งสุดท้ายว่าเตรียมจะเดิน ทางกลับมาประเทศไทย กระทั่งมาทราบว่าผู้ตายถูกยิงเสียชีวิต

นายโจ กล่าวว่า ที่นายศิริพงษ์ กาญจนนิวิฐ ผู้ต้องหา อ้างว่าผู้ตายบีบบังคับให้ฆ่าสามีคนแรกนั้นไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากผู้ตายเป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น ใครมาพูดคุยว่าเดือนร้อนเรื่องเงินก็จะให้เงินไปโดยไม่เสียดาย ส่วนตัวคาดว่าอาจเป็นเรื่องหนี้สินที่นายศิริพงษ์ยืมมาจากผู้ตาย เพราะก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยบ่นให้ฟังว่านายศิริพงษ์เอาเงินไปหลายแสนถึงหลัก ล้าน จึงต้องการทวงเงินคืนและพยายามเร่งรัดให้จ่ายหนี้คืน ก็เป็นไปได้ว่านายศิริพงษ์ไม่มีเงินใช้หนี้จึงต้องฆ่าเพื่อล้างหนี้สิน

ผบช.น.ระบุต้องตรวจสภาพจิตใจ"มือฆ่าหั่นศพ"เด็ก 5 ขวบ

พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า นายศิริพงษ์ กาญจนนิวิฐ เป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าหญิงสาวที่พบศพย่านบางบัวทองและฆ่าหั่นศพเด็กชายวัย 5 ขวบจริง หลังนำตัวไปตรวจค้นที่บ้าน ได้พบหลักฐานเพิ่มเติมหลายอย่าง แต่ตำรวจยังติดใจมูลเหตุจูงใจ และประเด็นที่บอกว่าไม่ได้ทิ้งศพเด็กชายในบริเวณที่ถูกพบ ส่วนเด็กผู้หญิงที่รอดชีวิตนั้น ต้องการให้พักผ่อนก่อน จึงยังไม่ได้สอบปาก แต่สิ่งที่ต้องทำต่อคือ ตามหาทรัพย์สินที่หายไป

"ทั้งนี้ประเด็นก่อเหตุนั้น ส่วนตัวมองว่า ถ้าไม่ถูกกดดันใดๆ ก็อาจประสงค์ต่อทรัพย์สิน เพราะขณะเดินทางไปรับครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ต้องหาก็เตรียมอาวุธปืนไปด้วย ซึ่งรายชื่อบุคคลเข้าประเทศ ตามคำให้การก็ตรงกัน" พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าว

พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวต่อว่า การตรวจสอบสภาพจิตเป็นขั้นตอนหนึ่งที่ต้องทำ ส่วนกรณีที่มีข่าวผู้ต้องหาถูกกดดันและดูถูกไม่กล้ายิงสามีชาวญี่ปุ่นของผู้ ตายนั้น ต้องตรวจสอบต่อไป แต่ดูจากพฤติกรรมเบื้องต้นเชื่อว่า ผู้ต้องหาดำเนินการเพียงคนเดียว เพราะเหยื่อเป็นผู้หญิงและเด็ก อย่างไรก็ตาม ประวัติอาชญากรรมเบื้องต้นไม่พบ มีอาชีพขับแท็กซี่ สำหรับร่องรอยที่คาดว่าเกิดจากการทรมาน พบว่าเป็นรอยช้ำ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเกิดก่อน หรือ หลังจากเสียชีวิตแล้ว ส่วนการเข้ามอบตัวกับสื่อนั้น ผู้ต้องหาต้องการความปลอดภัย

ด้านพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมตั้งคณะทำงานร่วมในคดีที่ฆ่าหั่นศพ ด.ช.โชว์ วัย 5 ปี และยิงแม่เด็กเสียชีวิต โดยได้มอบหมายให้ 3 พื้นที่ ร่วมดำเนินการสืบสวนสอบสวนในรูปแบบของคณะทำงาน ประกอบด้วย พื้นที่สน.ตลิ่งชัน ซึ่งเป็นพื้นที่พบศพ ด.ช.โชว์ พื้นที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว ที่พบศพ น.ส.สุนันท์ ศรีสุวรรณ และพื้นที่ สภ.บางบัวทอง ซึ่งเป็นบ้านของนายศิริพงษ์ สถานที่ชำแหละศพ ด.ช.โชว์

"สำหรับความคืบหน้าคดีในช่วงเช้า พนักงานสอบสวนเตรียมขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดตลิ่งชัน เพื่อใช้อำนาจจับกุมตามกฎหมาย ก่อนจะนำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในแต่ละพื้นที่เกิดเหตุ ขณะที่ตลอดคืนที่ผ่านมา นายศิริพงษ์ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สน.ตลิ่งชัน ซึ่ง นายศิริพงษ์ มีอาการเครียด เจ้าหน้าที่ต้องคอยผลัดเปลี่ยนเวรยามดูแลเกรงว่า นายศิริพงษ์ จะคิดสั้น" พล.ต.อ.ปทีป กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางไปสอบปากคำนายศิริพงษ์ หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายศิริพงษ์ ไปชี้จุดที่ทิ้งชิ้นส่วนของ ด.ช.โชว์ และคนบ้านพักของนายศิริพงษ์ ที่หมู่บ้านเอื้ออาทร บางบัวทอง ซึ่งเป็นสถานที่ชำแหละศพ และได้ของกลาง อาทิ มีดหั่นศพ กระสุนปืน กระเป๋าเดินทางของผู้ตาย ขณะที่ผู้ต้องหายังคงพูดคุยได้ตามปกติ โดยมีสีหน้าเรียบเฉยซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับนายศิริพงษ์ ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชันแล้ว และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล อย่างไรก็ตาม หากศาลอนุมัติหมายจับ เจ้าหน้าที่จะได้ควบคุมตัว นายศิริพงษ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ รวม 14 จุด โดยจุดแรกคือ สนามบินสุวรรณภูมิ

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ค่าเงินบาทแปรปวน ต่างชาติยังส่งเงินเข้าลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง

0 Comment
ได้ยินข่าวมาจากหลายด้านแล้ว ว่านักลงทุนต่างชาติ หรือกิจการบริษัทที่มีความสนใจ ตั้งแต่จะมาลงทุนในประเทศไทย แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจ ยกเลิกในไทยและหันไปหาเวียดนามกันหมด....

วันนี้ตื่นเช้ามาเจอข่าวนี้
แบงก์ชาติโวย เงินนอก บุกถล่มไทย
จริงหรือเปล่าหว่า????....
ค่าเงินบาทแปรปวน ต่างชาติยังส่งเงินเข้าลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่องธปท. ระบุ ต่างชาติยังส่งเงินเข้ามาลงทุนตรงในไทยต่อเนื่อง แม้ศก.ซบ ไหลเข้าลงทุนในหุ้นกว่า 6 หมื่นล้าน ส่งผลบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ขณะที่ราคาทองที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ค่าบาทช่วงนี้ยิ่งผันผวน

เมื่อวัน ที่ 12 ต.ค. นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การเคลื่อนย้ายเงินทุนจากต่างประเทศ เข้ามาประเทศไทยยังคงเป็นการไหลเข้าต่อเนื่อง ขณะนี้ยังเห็นเงินลงทุนโดยตรง (FDI) ยังคงไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ในอัตราที่ใกล้เคียงกับปีก่อน ไม่ได้ลดลง ไม่ว่าจะจากผลของการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หรือความไม่มั่นใจในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ขณะที่ในส่วนของตลาดหุ้น โดยพบว่าที่ผ่านมามีเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยจนถึงขณะนี้ประมาณ 60,000 ล้านบาทเนื่องจากนักลงทุนเห็นว่าเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น ทำให้นักลงทุนมั่นใจที่เข้ามาในภูมิภาคนี้มากขึ้นนอกจากนี้ การส่งออกที่ลดลงน้อนกว่าการนำเข้า ส่งผลให้ประเทศไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุให้ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง

อย่าง ไรก็ตามธปท.ยังไม่จำเป็นต้องออกมาตรการในการดูแลเงินไหลเข้า เพื่อมาควบคุมหรือมาดูแลการไหลเข้าของเงินทุนในขณะนี้ และในส่วนของมาตรการในการปล่อยเงินออก ก็ได้ผ่อนคลายต่อเนื่อง และที่ผ่านมามีเงินในประเทศไหลไปลงทุนนอกในระดับหนึ่ง

"ธปท.ยังคง ติดตามและดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทผันผวนเกินไป หรือแข็งค่าเร็วเกินไป อย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว ที่ผ่านมา ได้มีมาตรการเพื่อช่วยให้เงินทุนไหลออกไปลงทุนในต่าง ประเทศหลายมาตรการ ขณะที่ฝั่งของผู้ออมก็ได้ไปลงทุนใตรสารหนี้ต่างประเทศมากขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการดูแลเงินไหลเข้าอะไรในขณะนี้ โดยเฉาพอย่างยิ่ง ไม่ต้องใช้มาตรการกันสำรองเงินทุนระยะสั้น 30%(URR)เหมือนที่ผ่านมา เพราะขณะนี้การแข็งค่าของเงินบาท ไม่ได้มีการเก็งกำไร" ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวด้วยว่า เงินบาทที่ผันผวนในช่วงนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศในภูมิภาค ไม่ได้แข็งค่าเพียงค่าบาทประเทศเดียว เนื่องจากเงินบาทผันผวนไปตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่านค่าลง นอกจากนี้ราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงนี้ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินเกิดความผันผวนด้วย เนื่องจากขณะนี้ทองคำถือว่าเป็นสินค้าทางการเงิน พอราคาเกิดการเปลี่ยนแปลงก็ทำให้เกิดความผันผวนด้วย

"ที่ผ่านมาไม่ ได้เป็นการส่งสัญญาณว่ามีการเก็งกำไร แต่ผู้ส่งออกและนำเข้าก็ไม่ควรคาดหมายว่าค่าเงินจะไปในทิศทางใด หากค่าเงินไม่เป็นไปตามคาด ก็จะกลายเป็นความเสี่ยง ดังนั้นควรจะมีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินล่วงหน้าไว้ที่ดีที่สุด แต่หากเงินบาทผันผวนจนเกินไปธปท.ก็พร้อมเข้าไปดูแล เพื่อไม่ให้กระทบการทำธุรกิจของผู้ส่งออก และผู้นำเข้า"ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

อืม... เศรษฐกิจไทยยังไม่แน่นอน และยังน่าลงทุนน้อยนัก

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เด็กไทยกว่า 90% มองการเมืองเป็นเรื่อง เลวร้าย วุ่นวาย น่าเบื่อ น่ารำคาญ

0 Comment
อันนี้เห็นด้วย...... การเมือง(ในตอนนี้) แทบจะเป็นเรื่องไร้สาระ น่าเบื่อ และดูน่ารำคาญมากๆ
ไปเจอข่าวหนึ่งน่าสนใจดี

เด็กไทย 90% เมินการเมือง เลวร้าย รำคาญ แถมกระทุ้งผู้ใหญ่ใม่สนใจความเห็นเด็ก
“ปธ.สภาวัยโจ๋” สุดทน ชี้ 90% เด็กไทยมองการเมืองเป็นเรื่องต้องห้าม เลวร้าย น่าเบื่อ น่ารำคาญ อีก 80% กระทุ้งผู้ใหญ่ไม่ใส่ใจสนับสนุนเด็ก เป็นเหตุให้เด็กก้าวร้าว สร้างปัญหาให้สังคม มีทั้งแก๊งปาหิน แข่งรถ ขณะที่ “พ.ร.บ.เด็ก” เปิดช่องให้เยาวชนโชว์กึ๋นตามอัทธยาศัย เด็กส่วนใหญ่หวังอยากเห็นการปฏิรูปการศึกษาที่ชัดเจน ด้านสสส.คาดในอนาคตเด็กสามารถสร้างนโยบายเจ๋งๆขึ้นเองได้

ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ 11 องค์กร อาทิ มูลนิธิสยามกัมมาจลฯ มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัด “มหกรรมพลังเยาวชน พลังสังคม” ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 9-11 ต.ค. ภายในงานมีเสวนา “มองพรบ.เด็กแบบเด็กๆ” โดยนายรัชฏะ ศรีบุญรัตน์ ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แม้สภาเด็กและเยาวชนฯก่อตั้งขึ้นมาไม่ถึง 1 ปีแต่ก็มีเครือข่ายครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศและมีการประชุมแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นของแต่ละพื้นที่อยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ตั้งแต่พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2550 มีผลบังคับใช้ในปี 2551 ที่ให้เด็กมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยที่ไม่มีบทลงโทษหรือข้อ กฎหมายเอาผิดกับเด็ก ซึ่งเด็กจะได้มีกระบอกเสียงส่งผ่านไปถึงผู้ใหญ่ในหันมายอมรับและสนับสนุน เพราะสาเหตุหลักที่เด็กไม่มีแรงบัลดาลใจในการทำประโยชน์ให้สังคม เพราะผู้ใหญ่ไม่ให้ความสำคัญ จึงทำให้เด็กขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง มีการก้าวร้าว แสดงออกในทางที่ผิด เช่น แก๊งรถแข่ง แก๊งปาหิน สร้างความเดือดร้อนให้สังคม

“จาก การสำรวจความคิดเห็นของเยาวชนจำนวน 1,700 รายในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่า เยาวชนร้อยละ 80 มองว่าผู้ใหญ่ไม่ให้ความเคารพในการแสดงออกทางความคิดและการปกป้องสิทธิให้ กับเด็ก นอกจากนี้ยังมีการสำรวจความคิดเห็นในเรื่องการเมือง โดยเยาวชนร้อยละ90 ไม่มีความรู้เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และไม่อยากรับรู้เรื่องการเมืองเพราะเป็นเรื่องที่ไกลตัวเกินไป มองว่าการเมืองเป็นเรื่องต้องห้าม เลวร้าย วุ่นวาย น่าเบื่อ น่ารำคาญ เด็กส่วนใหญ่จึงไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องการเมืองและไม่อยากแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการเมือง” นายรัชฎะ กล่าวและว่า สิ่งที่เด็กต้องการให้เกิดเป็นรูปธรรมจริงๆคือการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งรัฐบาลต้องเข้ายื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง เด็กทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาที่ดีเป็นผู้รู้ที่แท้จริง

ด้าน นางเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผอ.สำนักสนับสนุนการสร้างการเรียนรู้และสุขภาวะองค์กร สสส. กล่าวว่า จากผลสำรวจเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของเด็กได้เป็นอย่างดีว่าเด็กมีศักยภาพ และต้องการการสนับสนุนที่เหมาะสมจากผู้ใหญ่ ซึ่งควรต้องคำนึงถึงความต้องการของเด็กด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวเด็ก ครอบครัว ชุมชน และสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่มีส่วนเอื้อต่อการพัฒนาเด็ก และเยาวชน อย่างไรก็ตาม การเปิดพื้นที่ให้เด็กแสดงออกครั้งนี้ทำให้เด็กได้ถ่ายทอดความคิดที่เป็น ประโยชน์กับสังคม คงต้องสร้างค่านิยมให้เห็นว่ามีหลายอย่างที่เด็กสามารถมีส่วนร่วมได้ทำได้ คาดว่าต่อไปเด็กจะใช้พื้นที่ตรงนี้เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายด้านเด็กและ เยาวชนให้เป็นที่ยอมรับของสังคมต่อไป

สงสัยอยู่หลายครั้งว่าทำไมถึงใช้คำว่า "เด็กไทย" ทำไมไม่เป็น วัยรุ่นไทย หรือ คนไทยอายุระหว่าง...ถึง...ปี
ไอ้คำว่าเด็กนี่มันตั้งแต่อายุเท่าไรถึงเท่าไรหว่า... เห็นข่าวมาลงแบบนี้ อ่านแล้วมันสะกิดใจ งงๆ ไปบ้าง....
แล้วขนาดหัวข้อข่าวยังพิมพ์ผิดอีกต่างหาก.....

คลิปปริศนา คล้ายยานมนุษย์ต่างดาว(UFO) ที่กรุงมอสโก(Moscow)

0 Comment
จากข่าว : ตะลึงคลิปปริศนา ยานยูเอฟโอ โผล่เหนือมอสโก
ภาพคลิปวิดีโอ แสงเรืองรอง บนเมฆ เหนือฟ้ากรุงมอสโก ประเทศรัสเซียเดอะซัน เผยคลิปปริศนา เป็นแสงเรืองรองวงแหวน คล้ายยานมนุษย์ต่างดาว โผล่เหนือฟ้ากลางกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ขณะกรมอุตุนิยมวิทยาชี้เป็นแสงอาทิตย์ส่องลอดเมฆลงมา ...

หนังสือ พิมพ์เดอะซัน ได้เผยแพร่ภาพคลิปวิดีโอ แสงเรืองรอง บนเมฆ เหนือฟ้ากรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ซึ่งดูคล้าย ยานมนุษย์ต่างดาว หรือ ยูเอฟโอ(UFO) ที่โจมตีโลก ในภาพยนตร์เรื่อง อินดิเพนเดนซ์ เดย์ ซึ่งภาพวงแหวนประหลาดดังกล่าวถูกถ่ายเป็นวิดีโอ โดยคนท้องถิ่น

ทั้ง นี้ ผู้สนใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ รีบฉวยโอกาส ว่า ภาพดังกล่าวอาจเป็น ยานแม่ของมนุษย์ต่างดาว โดยทำให้นึกถึงฉากหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องอินดิเพนเดนซ์ ​เดย์ ที่ฉายในปี 1996 ซึ่งเป็นฉากที่มนุษย์ต่างดาวกำลังโจมตีโลก โดยคลิปนี้ กำลังเป็นที่ถกเถียงกันในบล็อกส์​ และอีเมล์ ทั่วโลก คนส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็น ยานของมนุษย์ต่างดาวจริงๆ และว่าเป็นสัญญาณของจุดจบโลก ทั้งนี้คลิปวิดีโอดังกล่าวถูกโพสต์ในยูทูบและมีผู้เข้าชมมากกว่า 1 แสนครั้ง

อย่างไรก็ตาม นักอุตุนิยมวิทยา ปฏิเสธทฤษฎีเหนือธรรมชาติ โดยกรมอุตุนิยมวิทยามอสโก ระบุว่า ภาพดังกล่าว เกิดจากปรากฏการณ์ของแสงอาทิตย์ ที่ส่องลอดผ่านเมฆลงมาเท่านั้น

Doomsday sign or UFO? Strange circle in Moscow sky