แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หุ้น? แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หุ้น? แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Bloomberg ปล่อยข่าวทำตลาดหุ้นไทยล่วงตก....

0 Comment
ก็เพราะว่าเราเองสนใจเรื่อง หุ้น อยู่บ้าง วันนี้เข้าไปในบอร์ดของ TSB แล้วไปเห็นกระทู้หนึ่ง
"วันนี้ตลาดหุ้นเป็นอะไรครับ มันถึงล่วงหนักแบบ"
วันนี้ตลาดหุ้นเป็นอะไรครับ มันถึงล่วงหนักแบบ
ไม่มีสาเหตุแบบนี้วันนี้ทั่วโลกสดใส อะไรก็ออกมาดีเกือบหมดเข้าอ่านข่าวในเน็ทก็ไม่มีข่าวร้ายที่จะทำให้มันล่วง ขนาดนี้มันเกิดอะไรขึ้นครับ ผมตอนนี้ติดดอยอีกแล้ว ลงเป็นหลายแสนเลย โอ่พระเจ้า

ซึ่งที่จริงแล้วมันมีสาเหตุ...

หึ?? จริงหรือเนี้ย... พอเข้าไปอ่านก็พอมา มีคนมาปล่อยข่าวลือทำให้นักลงทุนต่างกันออกขายหุ้นกันซะหมด เป็นผลให้หุ้นราคาตกลง ตกลง...

แต่ทั้งๆที่เราก็เพิ่งไปเห็นข่าวว่า นักลงทุกต่างชาติมีความสนใจ และแห่เข้ามาซื้อหุ้นในไทยอยู่แท้ ทำไมกลับกลายมาเป็นข่าว หุ้นตกกระทันหันแบบนี้หว่า??

แล้วก็ได้ข่าวมาอีก อ่านเพิ่มเติมด้านล่าง
หุ้นไทยร่วงต่ออีกเกือบ 5% สวนทางต่างประเทศ โบรกฯ ชี้ 3 ปัจจัยลบ
Bloomberg ปล่อยข่าวทำตลาดหุ้นไทยล่วงตก....ตลาดหุ้นภาคเช้าร่วงเกือบ 5% สวนทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ต่อเนื่อง 2 วันซ้อน ส่งผลให้ดัชนีหลุด 700 จุดไปเรียบร้อยแล้ว โบรกฯ ชี้ 3 ปัจจัยลบในประเทศ ทั้งการแก้ไข รธน.ที่สับสน การชุมนุมใหญ่ของแก๊งไข่แม้วแดง 17 ต.ค.นี้ และปัญหานิคมฯ มาบตาพุด ทั้งยังมีสารพัดข่าวลือข่าวปล่อย ที่ซ้ำเติมเข้ามา

ภาวะตลาดหุ้นไทย วันนี้ ดัชนียังคงร่วงลงต่อเนื่องเกือบ 4% เมื่อเวลาประมาณ 11.25 น. ดัชนีลงลึกไปที่ระดับ 701.75 จุด และต่อมาเมื่อเวลา 11.32 น.ดัชนีปรับดีขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 704.86 จุด ลดลง 26.61 จุด หรือลดลง -3.64% มูลค่าการซื้อขาย 19,711.94 ล้านบาท สวนทางตลาดต่างประเทศ นักวิเคราะห์ ชี้ ปัจจัยลบในประเทศยังไม่คลี่คลาย รวมทั้งประเด็นการเมืองที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มมีความไม่แน่นอน ขณะที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงประกาศนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง 17 ตุลาคม 2552 นี้ เพื่อทวงถามฎีกาขออภัยโทษให้กับอดีตนายกรัฐมนตรี บวกกับสารพัดข่าวลือที่มีพวกฉกฉวยโอกาสปล่อยออกมาเป็นระลอก ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปรับลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ต่อจากวานนี้

ด้าน นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จจัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ผันผวนมาก เพราะนักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุน เนื่องจากไม่มั่นใจบรรยากาศการลงทุนในประเทศไทย โดยวานนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิออกมา 3,978 ล้านบาท ประกอบกับยังมีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการชะลอ 76 โครงการของมาบตาพุด และการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 17 ตุลาคม 2552 นี้ ซึ่งแม้ไม่ใช่ปัจจัยใหม่แต่เป็นปัจจัยที่กดดันตลาด

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีข่าวดีบ้างเรื่องการเตรียมเปิดประมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี และโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจที่ยังดีอยู่ จึงต้องรอความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า จะกลับมาเมื่อไร แต่หากปัจจัยต่างๆ คลี่คลาย ความเชื่อมั่นจะกลับมา

มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 12.10 น. ดัชนีอยู่ที่ระดับ 695.78 ลุด ลดลง 35.69 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 4.88% มูลค่าการซื้อขาย 25,503.28 ล้านบาท

ล่าสุด ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดช่วงเช้าที่ระดับ 697.13 จุด ลดลง 34.34 จุด หรือเปลี่ยนแปลง -4.69% โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 28,448.22 ล้านบาท


ตลท.สั่งงัดมาตรการฉุกเฉินรับวิกฤตหุ้น แฉบลูมเบิร์ก(Bloomberg)สุดชั่ว ต้นตอปล่อยข่าวนรก
Bloomberg ปล่อยข่าวทำตลาดหุ้นไทยล่วงตก....ผู้บริหาร ตลท.สั่งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน งัดมาตการเซอร์กิตเบรกเกอร์เข้าคุมการซื้อขายทันที หากดัชนีร่วงหนักเกิน 10% มั่นใจช่วงบ่ายดีขึ้น หลังการแถลงข่าว และนักลงทุนติดตาม-ตรวจสอบข่าวใกล้ชิดมากขึ้น พร้อมแฉต้นตอข่าวลือสุดชั่วช้า ไอ้โม่งจ้างสำนักข่าวบลูมเบิร์กวิเคราะห์มั่วทำลายสถาบัน โดยมีโบรกเกอร์ที่สิงคโปร์จุดชนวน ด้านภาวะหุ้นไทยช่วงบ่าย เปิดตลาดยังคงร่วงหนักกว่า 8%

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้นัดประชุมด่วนเพื่อรับมือสถานการณ์วิกฤตตลาดหุ้นไทย โดยเตรียมพร้อมใช้มาตรการพักการซื้อขายอัตโนมัติแบบชั่วคราว (เซอร์กิตเบรกเกอร์) ออกมาใช้ทันที หากดัชนีร่วงเกิน 10% โดยที่ประชุมคาดว่า สถานการณ์ช่วงบ่าย ตลาดหุ้นน่าจะดีขึ้น หลังผู้บริหาร ตลท.แถลงข่าว และนักลงทุนติดตามข่าวใกล้ชิดมากขึ้น

นางภัทรียา เบญจพลชัย ผู้จัดการ ตลท.กล่าวในการแถลงข่าว โดยระบุว่า การที่ดัชนีตลาดหุ้นภาคเช้าปรับตัวลงไปแรงกว่า 5% หรือเกือบ 40 จุด เป็นผลมาจากการเทขายของนักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เนื่องมาจากความกังวลในกระแสข่าวลือด้านลบที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกอย่างมากทั้งนี้ จากการหารือกับโบรกเกอร์ต่างชาติที่ได้สอบถามจากลูกค้า พบว่านักลงทุนต่างชาติมีการเทขายหุ้นออกมาจากพอร์ต เพื่อลดความเสี่ยงจากความตื่นตกใจในระยะสั้น และบางส่วนก็ต้องการปรับพอร์ต หลังจากที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ปรับตัวขึ้นมาค่อน ข้างรุนแรงกว่า 65%

อย่างไรก็ตาม ตลท.อยากให้นักลงทุนติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดจากแถลงการณ์ของหน่วยงานที่รับ ผิดชอบโดยตรง ไม่ควรตื่นตระหนกกับกระแสข่าวลือ เพราะอาจทำให้เสียโอกาสในการลงทุนหรือตัดสินใจผิดพลาด เนื่องจากหากมองปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่จะมาทำ ให้กระแสการลงทุนเปลี่ยนทิศทางไป

ในขณะที่ระบบของ ตลท.ได้เตรียมพร้อมทุกด้านไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบเซอร์กิต เบรกเกอร์ หรือการรองรับการส่งคำสั่งซื้อขายในปริมาณมากๆ ดังนั้น นักลงทุนไม่ต้องกังวลว่าระบบของ ตลท.จะรองรับไม่ได้ อย่างกรณีของเมื่อวานนี้ปริมาณการซื้อขายสูงถึง 4.4 หมื่นล้านบาท แต่ก็คิดเป็นแค่ 25% ของ capacity ระบบเท่านั้น

ทั้งนี้ ตลท.ก็ยังเชื่อว่าสถานการณ์ซื้อขายหุ้นในภาคบ่ายน่าจะดีขึ้นกว่าภาคเช้า หลังจากที่นักลงทุนได้ติดตามข่าวและรับข้อมูลต่างๆ มากขึ้น น่าจะทำให้การตัดสินใจมีความรอบคอบมากขึ้น รวมทั้งมีการเทขายหุ้นกันออกมามากแล้ว

“เมื่อตอนเช้าก็ขายกันมาเยอะ ช่วงบ่ายเมื่อนักลงทุนพิจารณาและได้รับข้อมูลที่มากขึ้นก็อาจจะทำให้นักลง ทุนมีความรอบคอบในการตัดสินใจได้มากขึ้น เพราะการปรับตัวลดลงมาถือว่าผิดปกติ” นางภัทรียา กล่าว

นางภัทรียา ยังเปิดเผยว่า จากการเทขายหุ้นในช่วงเช้า ยังไม่เห็นการฟอร์สเซลที่ผิดปกติ เพราะปริมาณการปล่อยมาร์จิ้นของโบรกเกอร์ในช่วงที่ผ่านมาก็ไม่ได้สูงมาก โดยเฉพาะหุ้นตัวที่มีปัญหา ปกติโบรกเกอร์ก็ลดการให้มาร์จิ้นอยู่แล้ว

รายงานข่าวเพิ่มเติมถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นมีการปรับลดลง อย่างรุนแรงช่วง 2 วันนี้ ได้แก่ การเสนอข่าวของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก(Bloomberg) ซึ่งรายงานการให้ความเห็นของนายเดวิด เหลียง นักค้าอาวุโสประจำบริษัทเฟิร์สต์สเตท อินเวสต์เมนต์ ในสิงคโปร์ ซึ่งให้ข่าวกับสำนักข่าวดังกล่าว โดยระบุว่า ตลาดวิตกกังวลในพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ม.ล.ทองมกุฎ ทองใหญ่ กรรมการผู้จัดการ บล.ซิตี้คอร์ป (ประเทศไทย) และในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศ ยังคงยืนยันว่า กระแสข่าวดังกล่าว ส่งผลให้นักลงทุนถือโอกาสเทขายหุ้นออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งกระแสข่าวนี้จะจริงหรือเปล่าไม่มีใครสามารถตอบได้ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ นักลงทุนใช้ปัจจัยลบนี้มาเป็นปัจจัยขายหุ้นออกมาจำนวนมาก และเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดบ้านเราเคลื่อนไหวสวนทางกับตลาดหุ้นอื่นใน ภูมิภาคที่ต่างปรับตัวขึ้นกันทั่วหน้า

ทั้งนี้ ดัชนีเปิดตลาดช่วงบ่ายยังคงร่วงลงอย่างหนักกว่า 8% โดยเมื่อเวลา 14.42 น. ดัชนีอยู่ที่ระดับ 670.88 จุด ลดลง 60.59 จุด หรือเปลี่ยนแปลง -8.28% มูลค่าการซื้อขาย 33,693.86 ล้านบาท

บทความที่เกี่ยวข้อง
ค่าเงินบาทแปรปวน ต่างชาติยังส่งเงินเข้าลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง
นักวิชาการนิด้า เปิดผลวิจัย เศรษฐกิจไทยยังแย่ที่สุดในเอเชีย

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เมื่อ 楽天(rakuten) เข้าครองหุ้นและ ดำเนินงานร่วมกับ TARAD.com

0 Comment
rakuten นั้นได้ซื้อหุ้น 67% ของ tarad.com และการขยายกิจกรรมระหว่างประเทศของ rakuten ได้เริ่มตั้งแต่เมื่อปี 2008 กับการรวมธุรกิจตัวเดียวกันในไต้หวัน และเปิดตัว rakuten tiwan เมื่อเดือนพฤษภาคม ในปีเดียวกัน

จากการดำเนินงานร่วมกันของ rakuten กับ tarad.com ครั้งนี้ rakuten จะนำความเชี่ยวชาญด้านดำเนินกิจการ รวมไปถึง รูปแบบการจัดการเข้าสู่ tarad.com พร้อมด้วยการเพิ่มเครื่องมือการให้บริการต่าง จาก ตลาดrakuten(rakuten ichiba) เข้าสู่ tarad.com ในปี 2010 และจะเพิ่มประสิทธิภาพ และสนับสนุน tarad.com ไปด้วย

rakuten มองว่า ในจำนวนประเทศอาเซียน ศักยภาพการเติบโตของตลาดในไทยนั้นค่อนข้างสูง การรวมมือของกิจการ internet shoppong อันดับ 1 ในญี่ปุ่นและในไทย เป็นการเชื่อมต่อความสัมพันธ์ และจะนำเสนอสภาพแวดล้อมที่จะทำให้ผู้ใช้ในไทยนั้น สามารถชื้อ-ขายบนอินเตอร์เน็ตได้ดีและสะดวกสบายขึ้น

tarad.comจากข่าว : Rakuten เปิดตัวสู่ตลาดอีคอมเมิร์สในประเทศไทย เข้าถือครองหุ้นและ ประกาศการดำเนินงานร่วมกันกับ ตลาดดอทคอม (TARAD.com)
เมื่อ 楽天(rakuten) เข้าครองหุ้นและ ดำเนินงานร่วมกับ TARAD.comบริษัท Rakuten ประกาศความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัทตลาดดอทคอม ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย การร่วมมือทางธุรกิจในครั้งนี้บริษัท Rakuten ได้เข้าถือหุ้นของบริษัทตลาดดอทคอมเป็นจำนวน 67 เปอร์เซ็นต์และได้ผ่านขั้นตอนในการขอเข้าถือครองหุ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งพร้อมที่จะดำเนินการธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยในขณะนี้
บริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2542 ดำเนินกิจการเป็นเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับ Rakuten Ichiba ที่ดำเนินงานโดยบริษัท Rakuten ซึ่งเป็นตลาดสินค้าขนาดใหญ่ทางอินเทอร์เน็ต ตลาดดอทคอมมีจำนวนร้านค้าออนไลน์ประมาณ 160,000 ร้าน จัดจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท อาทิเช่น สินค้าแฟชั่น สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมแล้วมากกว่า 1.4 ล้านชิ้นและมีสมาชิกมากกว่า 2ล้านคน จากการที่ Rakuten ได้เข้าถือหุ้นบริษัทตลาดดอทคอมเป็นจำนวน 67 เปอร์เซ็นต์ในครั้งนี้ บริษัท Rakuten ได้วางแผนที่จะนำระบบบริหารจัดการที่ดีและรูปแบบการบริหารงานที่มีลักษณะ เฉพาะของบริษัทมาใช้กับตลาดดอทคอม อีกทั้งยังวางแผนที่จะขยายกิจการเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยการเปิด ตัวรูปแบบการใช้งานและการบริการที่หลากหลายสำหรับคู่ค้าและผู้ใช้บริการ เริ่มตั้งแต่ต้นปีพ.ศ.2553 นี้เป็นต้นไป อีกทั้งยังจะให้ประธานบริษัทและบุคคลากรที่มีประสิทธิภาพเข้ามาช่วยเหลือการ ดำเนินงานในครั้งนี้ด้วย
“สาเหตุ หลักที่เราเลือกที่จะร่วมดำเนินงานกับตลาดดอทคอมเป็นเพราะเรามั่นใจว่าการ เข้าร่วมธุรกิจกับตลาดดอทคอมในครั้งนี้จะสามารถสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ อีคอมเมิร์สของไทยให้เติบโตต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างแน่นอน” คุณฮิโรชิ มิกิทานิ ประธานกรรมการ บริษัท Rakuten กล่าว

บริษัท Rakuten มีจำนวนสมาชิกกว่า 60 ล้านคนในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในปี 2551ที่ผ่านมาได้รับผลประกอบการรวมกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยหนึ่งในธุรกิจของ Rakuten ได้แก่ Rakuten Ichiba ซึ่งเป็นตลาดออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น มีจำนวนสินค้าต่างๆที่ขายในเว็บไซต์กว่า 40 ล้านชิ้น มีร้านค้าออนไลน์กว่า 30,000 ร้าน และร้านค้ามากมายในจำนวนนี้ได้รับผลประกอบการในแต่ละเดือนสูงถึง 1ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกเหนือจากธุรกิจชอปปิ้งออนไลน์แล้วบริษัท Rakuten ยังมีธุรกิจอื่นๆทางอินเทอร์เน็ต อาทิเช่น ธุรกิจสำรองที่พัก และการบริการทางการเงินภายใต้การทำงานของพนักงานกว่า 5 พันคน

เมื่อ 楽天(rakuten) เข้าครองหุ้นและ ดำเนินงานร่วมกับ TARAD.comนอกจากนี้ Rakuten ยังได้วางเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สัญชาติญี่ปุ่น บริษัทแรกในการก้าวเข้าสู่บริษัทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของโลก ที่ให้บริการแก่ผู้ซื้อทางอินเทอร์เน็ตในทั่วทุกมุมโลก และเพื่อที่จะบรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงได้รุกเข้าไปทำตลาดในต่างประเทศผ่านทาง Rakuten Ichiba ในปี พ.ศ.2551 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับบริษัท President Chain Store Corp (PCSC) ของประเทศไต้หวัน และก่อตั้งกิจการ Rakuten Ichiba ขึ้นที่ประเทศไต้หวันในเดือนพฤษภาคมของปีเดียวกัน การเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยของบริษัท Rakuten ในครั้งนี้นับเป็นการขยายกิจการออกไปยังต่างประเทศครั้งที่สองของบริษัท
ในจำนวนประเทศต่างๆในแถบภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยนับได้ว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตทางธุรกิจสูง การร่วมมือกันทางธุรกิจระหว่างบริษัท Rakuten และ ตลาดดอทคอมในครั้งนี้ บริษัทฯได้ตั้งเป้าหมายที่จะมอบบริการที่สะดวกสบายในการซื้อของออนไลน์ สำหรับผู้บริโภคในประเทศไทยและในขณะเดียวกันต้องการช่วยให้เศรษฐกิจของ ประเทศไทยมีความคล่องตัวมากขึ้นด้วยการส่งเสริมผู้ประกอบกิจการขนาดย่อม หรือ SMEs ในการจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์

ตลาดดอทคอม ได้รับการยอมรับจากสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการร่วมทุนในครั้งนี้ว่าเป็นโครงการที่จะกระตุ้นให้เกิดการลงทุน ทั้งยังมีความเหมาะสมกับข้อกฎหมายต่างๆ ซึ่งรวมถึงการได้รับยกเว้นการชำระภาษีประเภทนิติบุคคล
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งในการร่วมมือดำเนินงานทาง ธุรกิจกับพันธมิตรในครั้งนี้ นับเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งในการพัฒนาบริษัทให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไปใน อนาคต ซึ่งในปัจจุบันนี้เราได้ความเชื่อมั่นในการซื้อ-ขายจากทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย สินค้าออนไลน์และมีจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการมากมาย ซึ่งเรามั่นใจว่าการร่วมมือทางธุรกิจในครั้งนี้จะทำให้บริษัทสามารถเติบโต ต่อไปได้อย่างรวดเร็ว” คุณภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทตลาดดอทคอม กล่าว


楽天市場(rakuten ichiba) - rakuten.co.jp
ตลาดดอทคอม - TARAD.com

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2552

คนจนเล่่นหวย คนรวยเล่นหุ้น

0 Comment
จริงด่ะ??

พูดถึงเรื่องหุ้น มีหลายค้นนึกจินตนาการถึงพวกนักธุรกิจ ที่ใส่สูท วันๆ เอาแต่ดูตารางบอร์ดการเครื่องไหวของหุ้น
แต่เดี๋ยวนี้เค้าใช้อินเตอร์เนตกันแล้ว ก็เนตช้าๆ อืดๆ แบบไทยๆ นั้นล่ะ พอเพียงแล้ว?

พูดเรื่องหุ้นในบล็อกดูเหมือนเรื่องไกลตัว และหาข้อมูลที่เหมาะสมได้ยาก สำหรับวงการอินเตอร์เนตในไทย เมื่อเทียบกับในต่างประเทศแล้ว เหตุผลหนึ่งก็คือเศรษฐกิจไทยไม่คงตัว เคลื่อนไหวง่าย ไม่เหมาะต่อการลงทุน และก็เพราะ อิทธิผล ผลกระทบของรัฐบาลไทยเองด้วย

การลงทุนเรื่องหุ้น ไม่ว่าจะหวังผลกำไรรายปี หรือ กำไรการซื้อ-ขายหุ้นต่อหุ้น นั้นเป็นการหมุนเวียนเงินตรากับตัวเลข เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า ที่จริงก็ไม่ได้รู้ลายละเอียดหรือรอบคอบอะไรหรอก พูดเท่าๆ ที่ตัวเองเข้าใจไปงั้นล่ะ

จะเล่นหุ้น หลายคนบอกว่าเสี่ยง และต้องใช้เงินเยอะ หรือต้องมี "ดวง" กับมันจริงๆ หากเราต้องการที่จะลงทุนด้านนี้ เราควรจะศึกษามันอย่างจริงจัง เริ่มเรียนเกี่ยวกับหุ้น หุ้นคืออะไร หุ้นเคลื่อนไหวได้อย่างไร รวมไปถึง ประเภทของหุ้น ฯลฯ อะไรแบบเนี้ย การลงทุนเรื่องหุ้นและความเป็นอิสระในประเทศ ยังไม่กว้างขวาง เพียงแค่กลุ่มคน กลุ่มสังคมเล็กๆ เท่านั้น เมื่อเทียบกับในต่างประเทศบางที่ แม่บ้านเองก็สามารถเล่นหุ้นได้โดยเริ่มจากเงินทุนน้อยๆ ใช้เวลาเมื่อสามีออกไปทำงาน และหลังจากส่งลูกไปโรงเรียน มานั่งหน้าคอมอยู่กับบ้านเพื่อตรวจดูการเคลื่อนไหวของหุ้น หรือนักศึกษาในมหาวิทยาลัยบางแห่ง ตั้งชมรมศึกษาเกี่ยวกับหุ้น และปรึกษาหารือ ช่วยกันลงทุนในตลาดหุ้น....

เคยอ่านบทความเกี่ยวกับหุ้นมาว่า ไม่ว่าจะเป็น สภาพอากาศ(หนาว ร้อน ฝนตก แผ่นดินไหว) การสื่อสาร หรือ อาหารการกินความเป็นอยู่ นั้น มีผลต่อการเคลื่อนไหวของหุ้นด้วย


มองในแง่ดีแล้ว ประเทศไทยมีโอกาสดีอยู่ตลอดทั้งปี ในการลงทุนด้านหุ้น แม้จะเสี่ยงมากนักต้องก็ตาม
ส่วนตัวแล้ว ช่วงสงการณ์ปีนี้ หุ้นไทยได้อันดับสูงขึ้น ไม่มากก็น้อยล่ะ

(แุถม)ตอนsearchหารูปเกี่ยวกับหุ้น ไปเจอlinkอันนี้มา เค้าบอกว่าหุ้นรักอะนะ....
http://www.oknation.net/blog/SATORTAPEE/2007/06/20/entry-1
เนื้อหาบทความหวานดี แต่ตอนนี้กูม่ายมีอารมณ์วะ!